จุดเด่นในการลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF)

SUPEREIF เป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานประเภทโรงไฟฟ้า โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเข้าลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพ และนำทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวออกจัดหาประโยชน์ เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยการลงทุนครั้งแรกนี้ จะมุ่งเน้นการลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานประเภทสิทธิในรายได้สุทธิจากการดำเนินโครงการกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยพิจารณาและประเมินศักยภาพของการสร้างรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่องของกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่จะลงทุนนั้น เพื่อให้การลงทุนของกองทุนฯ ในทรัพย์สินของกองทุนฯ เป็นไปตามเป้าหมาย
17AYH 14 โครงการ
17AYH เป็นเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับผู้ที่ยื่นขอขายไฟฟ้าไว้ในระบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) เดิม และโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร
HPM 5 โครงการ
HPM เป็นเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับผู้ที่ยื่นขอขายไฟฟ้าไว้ในระบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) เดิม อีกจำนวน 5 โครงการ

ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ภายหลังการเสนอขายครั้งแรก บริษัทจัดการในนามของกองทุนฯ จะเข้าลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิ ตามสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ โดยพิจารณาจากจุดเด่นของการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าว ดังต่อไปนี้

รายได้หลักในอนาคตของกองทุนฯ จะขึ้นอยู่กับรายได้จากการขายไฟฟ้าจำนวน 19 โครงการของ 17AYH และ HPM ให้กับ กฟภ. หรือ กฟน. (แล้วแต่กรณี) ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวรวมระยะเวลาประมาณ 25 ปี โดยมีปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุดที่เสนอขายตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 118 เมกะวัตต์ (โปรดพิจารณารายละเอียดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในหัวข้อ 2 "การลงทุนของกองทุนฯ และข้อมูลทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน" หัวข้อย่อยที่ 2.4.5 "สรุปสาระสำคัญของสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงไฟฟ้า") ซึ่งอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ณ วันที่กองทุนฯ เข้าลงทุนในสิทธิรายได้สุทธิ ตามสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิจะคงเหลือประมาณ 21 ถึง 22 ปี (วันที่กองทุนฯ เข้าลงทุนในสิทธิรายได้สุทธิ คาดว่าประมาณไม่เกินกลางเดือนสิงหาคม 2562) ซึ่งมีรูปแบบอัตรารับซื้อไฟฟ้ากับ กฟภ.และ กฟน. ดังนี้

  • ปริมาณพลังงานไฟฟ้าส่วนที่ไม่เกิน Capacity Factor จะได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed in Tariff ("FiT") ในอัตราคงที่ที่ 5.66 บาทต่อหน่วยตลอดอายุสัญญา
  • ปริมาณพลังงานไฟฟ้าส่วนที่เกิน Capacity Factor จะได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าเท่ากับอัตราค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ย ณ ระดับแรงดัน 11 ถึง 33 กิโลโวลต์ (อัตราขายส่งเฉลี่ย 12 เดือน) รวมค่า Ft ขายส่งเฉลี่ย 12 เดือน แต่จะไม่เกิน 5.66 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ การมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวและอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่คงที่ดังกล่าวกับ กฟภ. และ กฟน. จะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับรายได้ของกองทุนฯ และช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของรายได้ของกองทุนฯ ได้ นอกจากนี้ จากการที่สัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวเป็นสัญญาแบบ Non-Firm ซึ่งหมายความว่า กฟภ.และ กฟน.จะรับซื้อไฟฟ้าทั้งหมดที่เจ้าของทรัพย์สินผลิตได้ในปริมาณพลังงานไฟฟ้าไม่เกินตามที่ระบุในสัญญา โดยไม่มีการกำหนดปริมาณไฟฟ้าขั้นต่ำที่เจ้าของทรัพย์สินต้องจำหน่ายให้ กฟภ. และ กฟน.แต่อย่างใด ดังนั้น 17AYH และ HPM จึงไม่มีภาระค่าปรับอันจะเกิดจากการที่ 17AYH และ HPM ไม่สามารถผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ กฟภ. และ กฟน. กำหนดได้

ทำเลที่ตั้งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 19 โครงการมีกระจายอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทยในจังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี สระบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว เพชรบูรณ์ และพิจิตร รายละเอียดข้อมูลความเข้มรังสีแสงอาทิตย์เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง สามารถแสดงได้ดังต่อไปนี้

ความเข้มรังสีแสงอาทิตย์ (Solar Radiation) (หน่วย: เมกกะจูลต่อตารางเมตร-วัน)
ที่ตั้ง 2556 2557 2558 2559 2560 เฉลี่ย 5 ปี
ทั่วประเทศ 17.4 17.6 17.8 17.8 17.6 17.6
สมุทรปราการ 18.4 18.4 18.4 18.4 18.6 18.4
สมุทรสาคร 18.5 18.5 18.5 18.5 18.7 18.5
ปทุมธานี 17.8 17.8 17.8 17.8 18.1 17.9
เพชรบูรณ์ 17.7 18.0 18.0 17.2 18.0 17.8
พิจิตร 18.1 18.1 18.1 18.1 18.2 18.1
สระบุรี 17.7 17.7 17.7 17.7 18.1 17.8
ปราจีนบุรี 17.4 17.9 16.5 17.9 17.5 17.4
สระแก้ว 16.9 16.3 18.2 17.8 17.4 17.3

ที่มา : กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน (เว็บไซต์ www.dede.go.th) สืบค้นข้อมูล ณ วันที่ 23 มกราคม 2562

ทั้งนี้ แสงอาทิตย์นั้นเป็นปัจจัยหลักในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ดังนั้น การที่กิจการโรงไฟฟ้าดังกล่าวโดยส่วนใหญ่มีทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณที่มีความเข้มรังสีแสงอาทิตย์อยู่ในเกณฑ์ดี เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยความเข้มรังสีแสงอาทิตย์ทั่วประเทศ จึงส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และผลการดำเนินงานของกองทุนฯ

ทำเลที่ตั้งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 19 โครงการมีกระจายอยู่ในภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกของประเทศไทย ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดอุทกภัยในหลายภูมิภาค ดังนั้น การกระจายทำเลที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 19 โครงการ จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของกองทุนฯ โดยรวมอันเนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินทั้งหมดของโครงการในแต่ละพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเกิดอุทกภัยร้ายแรง รวมถึงความเข้มรังสีแสงอาทิตย์ (Solar Radiation) ที่อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล (Seasonal Effect) อีกด้วย

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 19 โครงการ เปิดดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์มาแล้วเป็นระยะเวลาประมาณ 3 ถึง 4 ปี ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ 17AYH และ HPM จำนวน 19 โครงการมีค่าพลังงานไฟฟ้าตามจริงเฉลี่ยสูงกว่าค่าพลังงานไฟฟ้าตามประมาณการ (P50) ดังนั้น การที่กิจการโรงไฟฟ้าดังกล่าวมีค่าพลังงานไฟฟ้าตามจริงที่สูงกว่าค่าพลังงานไฟฟ้าตามประมาณการ (P50) นั้นจึงส่งผลโดยตรงต่อรายได้และผลการดำเนินงานของกองทุนฯ และผลตอบแทนของผู้ถือหน่วยลงทุนเช่นกัน

รายได้หลักของ 17AYH และ HPM มาจากการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. และ กฟน.ในฐานะผู้รับซื้อไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของ 17AYH และ HPM โดยแบ่งออกเป็น (1) สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง 17AYH และ กฟภ. จำนวน 13 สัญญา (2) สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง 17AYH และ กฟน. จำนวน 1 สัญญา และ (3) สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง HPM และ กฟภ. จำนวน 5 สัญญา (โปรดพิจารณารายละเอียดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในหัวข้อ 2 "การลงทุนของกองทุนฯ และข้อมูลทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน" หัวข้อย่อยที่ 2.4.5 "สรุปสาระสำคัญของสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงไฟฟ้า") ทั้งนี้ ข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของกฟภ.และ กฟน. สามารถแสดงได้ดังต่อไปนี้

  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในฐานะผู้รับซื้อไฟฟ้าจัดเป็นรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภค ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2503 โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือการผลิต การจัดให้ได้มา การจัดส่งและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประชาชน ธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ในเขตจำหน่าย 74 จังหวัดทั่วประเทศยกเว้นกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยสิ้นปี 2560 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 398,603 ล้านบาท ทุนประเดิม 87 ล้านบาท ทุนรับจากงบประมาณ 4,803 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 27,532 ล้านบาท
    งบการเงินรวมสำหรับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัทย่อย (หน่วย: ล้านบาท)
    รายการ 2558 2559 2560
    สินทรัพย์รวม 367,043 378,309 398,603
    หนี้สินรวม 227,560 227,445 234,273
    ทุนประเดิม 87 87 87
    ทุนรับจากงบประมาณ 4,803 4,803 4,803
    ส่วนของทุน (ไม่รวมทุนประเดิมและทุนรับจากงบประมาณ) 134,594 145,975 159,441
    รายได้รวม 465,828 456,795 463,906
    กำไรสุทธิ 21,134 25,956 27,532

    ที่มา : รายงานประจำปี 2559 และปี 2560 ของ กฟภ.

  • การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้จัดตั้งขึ้นเป็นรัฐวิสาหกิจในประเทศไทยด้วยทุนประเดิมจากรัฐบาลตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. 2501 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือการจัดให้ได้มา และจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประชาชน ธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นประโยชน์แก่ กฟน. โดยสิ้นปี 2560 การไฟฟ้านครหลวงมีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 201,200 ล้านบาท ส่วนของทุนรวม 92,576 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวม 10,855 ล้านบาท
    งบการเงินสำหรับการไฟฟ้านครหลวง (หน่วย: ล้านบาท)
    รายการ 2558 2559 2560
    สินทรัพย์รวม 189,680 191,126 201,200
    หนี้สินรวม 106,352 103,358 108,624
    ทุนรัฐบาล 358 358 358
    ส่วนของทุน (ไม่รวมทุนรัฐบาล) 82,970 87,410 92,218
    รายได้รวม 199,810 192,220 190,507
    กำไรสุทธิ 11,392 11,378 10,855

    ที่มา : รายงานประจำปี 2559 และปี 2560 ของการ กฟน.

    ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของทั้งกฟน.และกฟภ. ประกอบกับความน่าเชื่อถือจากการเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนต่อรายได้สุทธิของกองทุนฯ เนื่องจากรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่งมีความเสี่ยงต่ำในการผิดนัดการจ่ายชำระหนี้

SUPER ในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า และจัดหาอะไหล่และอุปกรณ์สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 19 แห่งของ 17AYH และ HPM เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยให้บริการด้านการปฏิบัติการดูแลบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ งานบริหารจัดการสถานีไฟฟ้าและสายส่ง รวมถึงบริการอื่นๆ แก่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลายโครงการภายใต้กลุ่มบริษัทที่ได้มีการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้วจำนวน 740.60 เมะวัตต์รวม 124 โครงการ ณ สิ้นปี 2560 รวมถึงมีทีมผู้บริหารงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมและมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ ตามขอบเขตงานในการให้บริการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ทางผู้ให้บริการได้ทำการรับประกันประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และรับประกันความพร้อมในการใช้งานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ครอบคลุมทั้ง 19 โครงการของ 17AYH และ HPM นอกจากนี้ จากผลการประเมินของบริษัท เพอรี่ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางเทคนิคอิสระด้านการประเมินงานบริหารจัดการและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้ากองทุนฯ ให้ความเห็นว่า SUPER มีประสบการณ์และผลงานในอดีต (Track Records) ที่ชัดเจนในการพัฒนาและบริหารจัดการโรงไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังมีบุคลากรที่มีประสบการณ์และความพร้อมในการดูแลและดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 19 โครงการ จึงทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าที่ได้รับคัดเลือกจะสามารถดูแลการดำเนินการโรงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพอันส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของแต่ละโครงการอันจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้และผลการดำเนินงานของกองทุนฯ

อุปกรณ์หลักที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าแบบโฟโตโวลเทอิก (Photovoltaic) ที่สำคัญคือ แผงพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า รวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้า ทั้งนี้ 17AYH และ HPM ได้มีการคัดเลือกอุปกรณ์ดังกล่าวที่มีคุณภาพซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวถือได้ว่ามีความน่าเชื่อถือ และมีการให้การรับประกันอุปกรณ์หลักดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ รายละเอียดข้อมูลผู้ผลิตและผลการดำเนินงานของผู้ผลิตแต่ละรายได้มีการสรุปไว้ในหัวข้อ 2 หัวข้อย่อยที่ 2.4.4 "ระบบการผลิต การจัดส่งไฟฟ้า และทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบกิจการโรงไฟฟ้า" ดังนั้น การเลือกใช้อุปกรณ์หลักจากผู้ผลิตที่มีคุณภาพจะส่งผลดีต่อการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าในระยะยาว รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และการปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับประกันของทางผู้ผลิต นอกจากนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลารับประกันสำหรับเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าจากทางผู้ผลิต ทางผู้ให้บริการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าตามขอบเขตงานตามสัญญารับประกันเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) จะเข้าเป็นผู้ให้รับประกันเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าให้แก่ 17AYH และ HPM ต่อไปเท่ากับอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าคงเหลือตามสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิด้วย

เนื่องด้วยการดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ที่สำคัญสำหรับการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำเป็นต้องมีการดูแลให้อยู่ในสภาพดีและมีประสิทธิภาพพร้อมใช้งานตลอดระยะเวลาการดำเนินการโรงไฟฟ้า ทั้งนี้ กองทุนฯ ได้มีการจ้างผู้ให้บริการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ซึ่งได้แก่ SUPER ในฐานะผู้รับจ้าง โดย SUPER จะทำหน้าที่ในการควบคุมดูแล (Monitoring) รวมถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) สำหรับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าอันจะช่วยให้การดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไปอย่างราบรื่น เช่น การตรวจสอบคุณภาพเครื่องจักรอุปกรณ์ตามระยะที่กำหนดในสัญญา (โปรดพิจารณาสรุปรายละเอียดสาระสำคัญของสัญญาบริหารจัดการและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแสดงอยู่ในหัวข้อ 2 "การลงทุนของกองทุนฯ และข้อมูลทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน" หัวข้อย่อยที่ 2.4.5 "สรุปสาระสำคัญของสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงไฟฟ้า")

นอกจากนี้ SUPER ในฐานะผู้ให้บริการตามสัญญาจัดหาอะไหล่และอุปกรณ์จะจัดให้มีการสำรองอะไหล่และอุปกรณ์ขั้นต่ำสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แต่ละโครงการ ซึ่งจำนวนแผงพลังงานแสงอาทิตย์ อะไหล่และอุปกรณ์ต่างๆ ตามรายการที่กำหนดในสัญญาดังกล่าวเป็นระดับที่ที่ปรึกษาทางเทคนิคอิสระด้านการประเมินงานบริหารจัดการและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของกองทุนฯ เห็นว่ามีอยู่ในระดับปกติ

รายได้สุทธิที่ 17AYH และHPM จะทำการโอนให้แก่กองทุนฯ จะถูกคำนวณมาจากรายได้และค่าใช้จ่ายของโครงการในแต่ละเดือนตลอดระยะเวลาการโอนสิทธิ (โปรดพิจารณารายละเอียดสัญญาโอนสุทธิรายได้สุทธิในหัวข้อ 5 "สรุปข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญของร่างเอกสารธุรกรรมและเอกสารที่เกี่ยวข้อง" หัวข้อย่อยที่ 5.1 "สรุปสาระสำคัญของสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ") ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของโครงการเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งมีการกำหนดแน่นอนตามสัญญาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการกำหนดวิธีการปรับราคาในอนาคตอย่างชัดเจน ดังนั้น การกำหนดค่าใช้จ่ายตามสัญญาดังกล่าวจึงช่วยลดความผันผวนของรายได้สุทธิที่กองทุนฯ จะได้รับ อันเป็นการเพิ่มความมั่นคงของกระแสเงินสดที่กองทุนฯ จะได้รับอีกด้วย

กองทุนฯ อาจพิจารณากู้ยืมเงินระยะยาวจากสถาบันการเงินสำหรับการเข้าลงทุนในสิทธิรายได้สุทธิจากการประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินของผู้โอนรายได้แต่ละรายรวม 19 โครงการ ในจำนวนเงินไม่เกินกว่า 3,000 ล้านบาท และจำนวนเงินทั้งหมดโดยประมาณที่กองทุนฯ จะได้รับจากการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกจะมีมูลค่าอีกไม่เกิน 5,150 ล้านบาท ซึ่งจะมีมูลค่าการระดมทุนรวมไม่เกิน 8,150 ล้านบาท ลักษณะโครงสร้างทางการเงินแบบมีการกู้ยืมเงินของกองทุนจะส่งผลดีต่อผู้ถือหน่วยลงทุน เพราะสามารถช่วยบริหารโครงสร้างทางการเงินเพื่อเพิ่มประมาณการผลตอบแทนของผู้ถือหน่วยลงทุนให้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับการระดมทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อมาลงทุนทั้งจำนวน เนื่องจากต้นทุนในการกู้ยืมเงินต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในสิทธิรายได้สุทธิ โดยอ้างอิงจากประมาณการอัตราการคิดลด (Discount Rate) ประมาณร้อยละ 7.48 ซึ่งพิจารณาจากมูลค่าการเข้าลงทุนในสิทธิรายได้สุทธิไม่เกิน 7,928 ล้านบาท กับประมาณการกระแสเงินสดของผู้ประเมินที่ให้ราคาประเมินต่ำสุด คือ บริษัท ดิสคัฟเวอร์แมเนจเม้นท์ จำกัด และการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมในช่วงแรกยังช่วยลดผลกระทบจากลักษณะโดยทั่วไปของกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่รายได้สุทธิมีแนวโน้มลดลงตามประสิทธิภาพที่ลดลงของอุปกรณ์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ภายใต้สัญญาตกลงกระทำการ SUPER จะรักษาสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ออกและเสนอขายครั้งแรกทั้งหมด จนครบระยะเวลา 12 ปี นับแต่วันที่กองทุนฯ เข้าลงทุนสำเร็จ ทั้งนี้ การที่ SUPER เข้ามามีส่วนได้เสียโดยการถือหน่วยลงทุนของกองทุนฯ จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ เนื่องด้วย SUPER ถือเป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง มีประสบการณ์ในการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่บริษัทต่างๆ รวมถึงสามารถให้คำปรึกษาแก่กองทุนฯ ที่ดีได้ในเรื่องเกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของทั้ง 19 โครงการ นอกจากนี้ SUPER ยังมีหน้าที่ภายใต้สัญญาตกลงกระทำการในการดำเนินการต่างๆ ให้ 17AYH และ HPM ปฏิบัติตามสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ และสัญญาที่จำเป็นต่อการประกอบกิจการโรงไฟฟ้า เพื่อให้การบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 19 โครงการเป็นไปอย่างราบรื่น

17AYH และ HPM เป็นบริษัทที่ได้รับสิทธิประโยชน์ในฐานะผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุน สำหรับกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 19 โครงการ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดย 17AYH และ HPM ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 19 โครงการ จาก BOI เป็นระยะเวลา 8 ปีนับแต่วันที่เริ่มมีรายได้ นอกจากนี้ โครงการโรงไฟฟ้าจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการหนองแวงและโครงการหันทราย จะได้เพิ่มระยะเวลาผลประโยชน์ทางภาษีอีก 5 ปีนับจากวันที่พ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น ซึ่งจะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 สำหรับกำไรสุทธิ เนื่องจากโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามประกาศของ BOI

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าของ 17AYH และ HPM นั้นเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในโครงสร้างค่าใช้จ่ายตามที่ 17AYH และ HPM จะโอนให้แก่กองทุนฯ ตามสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ (โปรดพิจารณารายละเอียดสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิเพิ่มเติมในหัวข้อ 5 "สรุปข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญของร่างเอกสารธุรกรรมและเอกสารที่เกี่ยวข้อง" หัวข้อย่อยที่ 5.1 "สรุปสาระสำคัญของสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ") ดังนั้น การที่ 17AYH และ HPM ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าวจึงมีส่วนช่วยให้ 17AYH และ HPM มีค่าใช้จ่ายที่ลดลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อจำนวนรายได้สุทธิที่กองทุนฯ จะได้รับจาก 17AYH และ HPM เช่นกัน